บทความยอดนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำลังวัตต์กับความดัง

เรื่องนี้เกี่ยวกับกำลังขับของแอมป์ที่กระทำ กับลำโพง แล้วได้ระดับความดังเท่าไหร่

อาจเป็นปัญหาสำหรับคนบางคนที่ไม่สามารถเลือกกำลังขับให้เหมาะกับขนาดลำโพง ได้ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับระดับความดัง ที่มีหน่วยเป็น dB ก่อน เราสามารถเปรียบเทียบระดับความดังออกมาได้ดังนี้

40dB เสียงรบกวนที่เป็นแบ็คกราวน์ เช่น เสียงแอร์
50dB เสียงการจราจรไกลๆ
60dB ดนตรีเบาๆ แผ่วๆ
70dB เสียงสนทนา
80dB เสียงดนตรีโดยเฉลี่ย
90dB เสียงดนตรีดังมากๆ
100dB เสียงดนตรีแสดงสดดังมากๆ
110dB เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง (หูจะเริ่มหนวก)

คราวนี้ก็เข้าเรื่อง วัตต์กับความดังกันได้ครับ เนื่องจากระดับกำลังขับของแอมป์ที่เพิ่มขึ้นกับระดับความดังของเสียงที่หูคน เรารับรู้ได้นั้น ไม่เป็นสัดส่วนคงที่ ดังนั้น หากกล่าวตามกฎของ Weber Fechner ก็คือ ต้องเพิ่มกำลังขับขึ้น1เท่าตัว จึงจะได้ระดับความดังเพิ่มขึ้น 3dB แล้วจะใช้แอมป์กำลังขับขนาดเท่าไหร่ ระดับความดังเท่าไหร่ ต้องใช้
ความไวของลำโพงเท่าไหร่จึงจะได้ความดังตาม ต้องการ เราสามารถหาได้จากสูตรนี้ครับ

SPL = 10(Log P)+ S

SPL คือ ระดับแรงดันเสียง (dB)
P คือ กำลังขับต่อเนื่องของแอมป์ มีหน่วยเป็นวัตต์(Watt)
S คือ ความไวของลำโพง(dB/v)

เช่น สมมุติว่า เรามีลำโพงขนาด 60 วัตต์ ความไว 90dB จะต้องใช้แอมป์ขนาดไหน? ดังที่เคยกล่าวไว้ในหัวข้อการเลือกแอมป์ให้กับลำโพงไว้คร่าวๆแล้วว่า ควรเลือกสักประมาณ 80% ของอัตราการทนกำลังวัตต์ของลำโพงก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นผมเลือกแอมป์ ขนาด 50 วัตต์ ก็พอครับ เมื่อเข้าสูตรแล้วจะได้ค่าระดับความดังออกมาเป็น 106.98 dB ซึ่งผมถือว่าดังมากๆครับ

เห็นไหม๊ครับว่าสิ่งที่ต้องดูอันดับแรกคือ วัตต์และ
ความไวของลำโพงก่อนเลย หรือถ้าใครมีแอมป์อยู่ก่อน ก็ลองเอาค่ากำลังขับของแอมป์ และ ค่าความไวของลำโพงที่เราหมายตาเอาไว้เข้าสูตรดูสิว่าจะได้ออกมาได้เท่าไร
นี่ เป็นเพียงข้อมูลกว้างๆในการเลือกเครื่องเสียงเท่านั้นนะครับ ทุกเรื่องมักมีข้อแม้ที่ละเอียดอ่อนลงไปอีกในทางปฎิบัติ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะครับว่ามีความสามารถเข้าถึง
มันได้ เพียงใดขอให้โชคดี